ดูดวงเบื้องต้น ตอนที่ 3 การพยากรณ์ชะตาจร




หมายเหตุ* กราฟแสดงวิกฤติและโอกาส ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในโปรแกรมพลโชติ Version A9 เพื่อมาแทน "กราฟจร" ที่อธิบายไว้ เดิมทีเดียวนำ "กราฟจร" ออก แล้วแทนที่ด้วย "วิกฤติและโอกาส" ผู้ใช้หลายท่านยังประสงค์จะใช้กราฟจรแบบเดิมด้วย ก็เลยนำกลับใส่ไว้ เพียงเปลี่ยนรูปแบบหน้าตาบ้างเล็กน้อย

วิกฤติและโอกาสนั้นจะดูได้ง่ายๆ จากกราฟ ถ้าตกในช่วงสีส้มคือช่วงวิกฤติให้เว้นการลงทุน ระมัดระวังตัว เรื่องแย่ๆ อาจเกิดขึ้นได้
หากตกในช่วงสีขาว คือช่วงปกติ ก็เรื่อยๆ ไม่มีอะไรหวือหวาหรือย่ำแย่ หากตกในช่วงสีเขียว เป็นช่วงที่ดี ทำสิ่งใดมักได้ผลดี มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น

ตัวอย่าง กราฟวิกฤติและโอกาส
ภาพประกอบดูดวงวิกฤติและโอกาส


เนื้อหาด้านล่างนี้จะเป็นการอธิบายการใช้กราฟจร

การพยากรณ์ชะตาจร คือ การพยากรณ์อนาคตว่าชีวิตจะเป็นเช่นไรตามวันเวลาที่ต้องการ
หัวใจในการพยากรณ์ชะตาจรนั้นต้องสามารถพยากรณ์พื้นชะตาชีวิตให้ได้เสียก่อน ถึงจะพยากรณ์ชะตาจรออกมาได้แม่นยำ


พื้นชะตาชีวิตหรือดวงเดิมจะมีบทบาทหรือให้ผลไปตลอดชีวิตเจ้าชะตา ดวงดาวต่างๆ ที่โคจรอยู่บนท้องในแต่ละเดือน แต่ละปี ก็เป็นเพียงดาวกระตุ้นเท่านั้น กระตุ้นแรงหรือกระตุ้นน้อยก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งดวงดาว

พื้นชะตาชีวิต ถ้า พื้นชะตาชีวิตดี ดาวจรบนท้องฟ้าจะจรมาอย่างไรก็ช่าง ชีวิตนี้ก็อาจจะยังดีอยู่ อาจจะสะดุด ติดขัด แต่เดี๋ยวก็กลับมาดีเหมือนเดิม
และ เช่นเดียวกันกับ พื้นชะตาชีวิตที่ไม่ดี ดาวจรบนท้องฟ้าจะจรให้มาให้คุณมากเพียงใด ก็ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หรือแทบจะไม่เกิดผลอะไรเลยก็ได้ (ก็แย่เหมือนเดิม) เหมือนกันฝนตกมามาก แต่มีถ้วยเล็กๆ ไว้รองน้ำ
มันก็ได้น้ำฝนเต็มถ้วยเล็กๆ เพียงเท่านั้น



หลายท่านๆ อาจคิดในใจ ถ้า พื้นชะตามันเป็นตัวกำหนดอนาคตแล้ว หากเจ้าชะตาพื้นชะตาไม่ดี ก็แย่นะสิ???

ถ้าถ้วยเล็กๆ หมั่นไปรองน้ำฝน มันก็มีน้ำกินน้ำใช้ไปตลอดไม่ขัดสน เพียงแต่ต้องขยันกันหน่อย
ถ้าถ้วยใหญ่ๆ (จะใหญ่เท่าไหนก็ตาม) ถ้าขี้เกียจไม่ขวนขวายเอาไปรองน้ำฝน ถึงเวลาน้ำหมดมันก็หมด และครองชีวิตอย่างลำบาก เพียงแต่ว่าน้ำในถ้วยใหญ่ๆ นั้นจะใช้ได้นานกว่าเท่านั้นเอง เลยดูไม่ค่อยเหน็ดเหนื่อยเท่าไหร่

ที่เขียนมานี้ ก็เพื่อจะอธิบายให้รู้ว่า ผู้ไม่ยอมแพ้โชคชะตา มีให้เห็นอย่างมากมาย ผู้ที่ดวงพื้นชะตาไม่ดีก็อย่าได้ย่อท้อ ผู้ที่พื้นชะตาดีก็อย่าได้ประมาท


มาเข้าเรื่องในการพยากรณ์ชะตาจรโดยใช้โปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตพลโชติ

เราจะใช้โปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตในเมนู คำพยากรณ์ 2 ในส่วนของ กราฟจร

ด้านขวามือจะมี ภพเรือน 12 ภพ แต่ละภพจะแทนความหมายต่างกันออกไป (ดูรายละเอียดความหมายภพ ในตอนที่ 2)

จะพยากรณ์เรื่องอะไร เราก็เลือกภพที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น

ตัวอย่าง 3.1

เจ้าชะตาอยากรู้ว่าช่วงนี้เหมาะแก่การลงทุนทำธุรกิจไหม?

เปิดโปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตขึ้นมา ใส่ข้อมูลกำเนิดเจ้าชะตา ใส่วันจรที่ต้องการ ได้ข้อมูลตามภาพข้างล่าง

จะเลือกภพที่เกี่ยวกับการลงทุนทำธุรกิจ นึกถึงความรุ่งเรื่อง อาชีพ ความสำเร็จ ภพไหนที่เกี่ยวข้องให้จับมาพิจาณา
ในคำถามนี้ จะพิจารณา 3 ภพ ดังนี้ ภพกัมมะ ภพศุภะ ภพลาภะ เปิดโปรแกรมได้ภาพ ทั้ง 3 ภพดังนี้

ภาพประกอบดูดวง1
ภาพประกอบดูดวง2
ภาพประกอบดูดวง3


ตรวจดูพื้นชะตาก่อน

ภพศุภะ พื้นชะตา ที่ระดับ 116.72 สูงมาก (อย่าลืมระดับ 58 คือระดับปกติธรรมดาสามัญ ไม่โดดเด่นและไม่ต่ำต้อย)
ภพกัมมะ พื้นชะตา ที่ระดับ 66.86 อยู่ในเกณฑ์ดี สูงพอประมาณ
ภพลาภะ พื้นชะตา ที่ระดับ 101.00 สูงมาก

วิเคราะห์พื้นชะตาชีวิตในเรื่องของความเจริญรุ่งเรื่องหน้าที่การงานและความสำเร็จ เจ้าชะตาคนนี้ดวงดีใช้ได้เลยทีเดียว จะลงทุนทำธุรกิจก็รุ่งเรืองอยู่แล้ว

เรารู้พื้นชะตาเจ้าชะตาคนนี้ทำงานอะไรก็ลุล่วงได้ดี สิ่งที่รู้อยู่ในใจก็คือ ถึงแม้ดาวจรจะจรมาให้โทษอย่างไร แต่ผลร้ายที่ได้ก็เพียงเล็กน้อย เพราะดวงพื้นชะตาตั้งรับไว้ดี

มาดูช่วงวันที่ที่เจ้าชะตาต้องการจะลงทุนทำธุรกิจ ว่าภพทั้ง 3 ที่เราพิจารณาอยู่นี้มีสภาพเป็นอย่างไร
ในหน้าจอเดียวกันเลือกที่ละภพ
ภพศุภะ ดูกราฟเส้นสีน้ำตาล(เส้นตรงปะคือเส้นพื้นชะตาภพศุภะ) เส้นกราฟสีน้ำตาลดูต่ำกว่าเส้นพื้นชะตาแต่เส้นสีน้ำตาลสูงกว่าระดับที่ 58 วิ่งเป็นแนวสูงกว่า 58 จัดว่าภพศุภะยังแรงอยู่ใช้ได้ดี ไปดูภพต่อไป
ภพกัมมะ เส้นกราฟสีน้ำตาล วิ่งเป็นแนวดูรวมๆ แล้วต่ำกว่าระดับ 58 อยู่เล็กน้อย วิเคราะห์ในใจว่า ระดับพื้นชะตาภพกัมมะอยู่ 66.86 ก็พอจัดว่าสูง แต่ในช่วงวันจรต่ำกว่า 58 อยู่เล็กน้อย อย่างงั้นก็ขอจัดว่าภพกรรมในขณะนี้อยู่ในระดับปานกลางแล้วกัน
ภพลาภะ เส้นกราฟสีน้ำตาล วิ่งเป็นแนวค่อนข้างต่ำพอสมควรเลยประมาณ 15-20 วิเคราะห์ในว่า ระดับพื้นชะตาภพลาภะอยู่ระดับ 101 เลย แต่วันจรร่วงลงมาแทบติดดิน ดาวกระตุ้นความสำเร็จไม่ค่อยกระตุ้นเลย ดังนั้น ขอจัดว่าภพลาภะในช่วงวันจรนี้
ค่อนข้างไม่ดีเอาเสียเลย

วิเคราะห์รวมทั้ง 3 ภพ

ภพศุภะ ในช่วงวันจรก็แรงอยู่ (วิเคราะห์คู่ไปกับพื้นชะตาศุภะตามที่อธิบายไว้ข้างบน)
ภพกัมมะ ในช่วงวันจรอ่อนแรงไปจากพื้นชะตาเล็กน้อย
ภพลาภะ ในช่วงวันจรตกไปมาก

วิเคราะห์ทั้ง 3 ภพเพื่อสรุปคำพยากรณ์ได้ดังนี้ ดวงนี้ทำธุรกิจหรือทำอะไรมักจะรุ่งเรืองดี แต่ยังไม่น่าลงทุนทำตอนนี้ ถ้าทำช่วงนี้ก็ค่อนข้างเหนื่อยลำบากพอสมควร (ทำถูกจังหวะมันก็จะง่ายและราบรื่น)จะเห็นความจำเป็นที่เราต้องทราบพื้นชะตาชึวิตก่อน ถ้าพื้นชะตาในเรื่องที่พิจารณาดี ก็ถือว่าเป็นทุนก้อนโตแล้ว ดวงดาวที่จรอยู่บนท้องฟ้าก็เป็นเพียงกระตุ้น ถ้าทุนดีกระตุ้นเล็กน้อยก็เห็นผล

อ่านมาถึงตอนนี้ หลายท่านอาจสงสัยว่า ที่กล่าวมาตั้งแต่ข้างต้นไม่เห็นกล่าวถึงดาวจรเลย ดูแต่เส้นกราฟสีน้ำตาลเท่านั้นเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ เส้นกราฟสีน้ำตาลที่เราเห็นนั้นได้คำนวนดาวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรือนนั้นๆ ไว้แล้ว ผู้ใช้โปรแกรมก็ใช้ค่าตัวเลขที่เห็นจากโปรแกรมได้เลย

ตัวอย่าง 3.2 ตัวอย่างต่อไปนี้หากผู้อ่านไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องซีเรียส อ่านเล่นๆ ไปก่อน

ตัวอย่างนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการพยากรณ์เรื่องในอนาคต แต่จะอธิบายการใช้โปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตพลโชติ

เจ้าชะตาเป็นใครไม่รู้จัก มาให้พยากรณ์ นักพยากรณ์ดูทุกภพ ตรวจทุกดาว เพื่อจะรู้จักเจ้าชะตาให้มากขึ้น ยกตัวอย่างตรวจภพพันธุ เปิดชะตาจรแบบกราฟขึ้นมา ได้ภาพตามด้านล่าง

ภาพประกอบดูดวง4

พื้นชะตาภพพันธุอยู่ที่ระดับ 43.83 วิเคราะห์ว่าภพนี้เสีย ภพพันธุเสีย โปรแกรมพยากรณ์ฯ บอกได้แค่นี้

แต่นักพยากรณ์จะสามารถวิเคราะห์ต่อให้แคบลงไปได้ว่าเสียอย่างไร
กดปุมหน้าหลัก ไปดูจักราศี ได้ตามภาพด้านล่าง

ภาพประกอบดูดวง5


ไปดูเจ้าเรือนพันธุคือดาวเสาร์ ดาวเสาร์สถิตภพวินาศ
ดาวเสาร์มีคุณภาพ 67.42 เป็นดาวที่มีคุณภาพดี แต่ไปสถิตภพวินาศ มีดาวศุกร์เจ้าเรือนมรณะอยู่ร่วมดาวเสาร์อีก สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้โปรแกรมแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตพลโชติวิเคราะห์ให้เรือนพันธุมีระดับที่ 43.83 ซึ่งต่ำกว่า 58 และจัดว่าเป็นเรือนเสีย

ต่อไปเป็นหน้าที่ของนักพยากรณ์

ดาวศุกร์รวมดาวเสาร์ คือคู่แห่งการเสียใจ ผิดหวัง เป็นดาวคู่ทุกข์
เจ้าเรือนพันธุไปสถิตภพวินาศ ครอบครัว(หรืออะไรที่อยู่ในขอบเขตควาหมายของเรือนพันธุ) ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เช่น คนครอบครัวอยู่กระจัดกระจาย
วิเคราะห์พยากรณ์ไปว่า เจ้าชะตาไม่ได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว จะเหตุผลใดก็ตาม เช่น มีแม่ไม่มีพ่อ , มีพ่อไม่มีแม่, พ่อแม่แยกกันอยู่ หรือ มีพ่อแม่แต่เจ้าเจ้าชะตาต้องไปอยู่ที่อื่นๆ เป็นต้น

ซึ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในชีวิตเจ้าชะตา ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องว่าจะให้เกิดเรื่องราวใด ไม่จำเป็นต้องเกิดทั้งหมด
(เราไม่สามารถพยากรณ์แบบชี้เฉพาะเจาะจงได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ผู้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไม่ต้องไปวิตกกังวลว่าทำไมเราพยากรณ์ชี้เฉพาะเจาะจงไปไม่ได้
ขอบอกเลยว่า มันเป็นเรื่องปกติ อย่างตัวอย่างที่ 3.2 นี้ เราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรกับครอบครัวเจ้าชะตากันแน่ รู้แต่ว่ามีปัญหาเท่านั้นเอง และปัญหาก็ถูกวิเคราะห์แคบลงไปตามที่เขียนไว้ด้านบน)