หัวข้อที่ 1: การประเมินคุณภาพเรือน
การประเมินคุณภาพเรือนทั้ง 12 เรือนว่ามีคุณภาพเป็นอย่างไร ได้ดังต่อไปนี้
- 1. คุณภาพดาวเจ้าเรือนดี หมายถึง คุณภาพเรือนดีด้วย
- 2. ดาวเจ้าเรือนไปสถิตในเรือนที่เสีย จะทำให้เรือนนั้นเสียได้
- 3. ดาวเจ้าเรือนไปสถิตร่วมกับดาวที่เป็นเจ้าเรือนทุสถานะ จะทำให้เรือนนั้นเสีย
- 4. ดาวเจ้าเรือนทุสถานะไปสถิตเรือนใด เรือนนั้นจะเสีย
- 5. ดาวที่เป็นมงคลไปสถิตเรือนใดจะช่วยให้เรือนนั้นดีขึ้น
- 6. ดาวบาปเคราะห์/ศุภเคราะห์ถูกนำมาพิจารณาด้วยโดยมีนัยสำคัญอยู่ที่ปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ดาว 7 อยู่ในเรือนปัตนิในดวงชะตาหญิง จะทุกข์ใจในสามี นั่นคือ เรือนปัตนิเสียเนื่องจากดาว 7 เป็นดาวบาปเคราะห์ (ระดับการลดทอนคุณภาพเรือนของดาวบาปเคราะห์แต่ละดวงต่างกัน)
- 7. ดาวคู่ศัตรู และ คู่มิตร ในเรือนใด เรือนนั้นมีคุณภาพดีขึ้นด้วย หรือ แย่ลงเมื่อเป็นคู่ศัตรู
- 8. ดาวคู่ธาตุ พิจารณาเช่นเดียวกันกับ ข้อ 7
- 9. กุม เล็ง ฉาก โยค ตรีโกณ ถูกนำมาพิจารณาคุณภาพเรือน โดยความสัมพันธ์ของดาวด้วย
- 10. ระบบทักษาไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาคุณภาพเรือน
หัวข้อที่ 2: การวิเคราะห์คุณภาพดาว
การวิเคราะห์คุณภาพดาว โดยหลักเกณฑ์คร่าวๆ ที่ใช้ในโปรแกรม ให้เริ่มต้นดาวในภาวะปกติที่ระดับ 58.00
พิจารณาให้เพิ่มคุณภาพดาวโดยกรณีดังต่อไปนี้- 1. เกษตร (ให้ความสำคัญมาก)
- 2. อุจน์ (ให้ความสำคัญมาก)
- 3. อุดมเกณฑ์ (ให้ความสำคัญปานกลาง)
- 4. องค์เกณฑ์ (ให้ความสำคัญปานกลาง)
- 5. อนุเกษตรทั้งแบบประและแลกเรือน (ให้ความสำคัญมากกว่าข้อ 3 และ ข้อ 4 แต่ น้อยกว่าข้อ 1 และ ข้อ 2 เล็กน้อย)
- 6. มหาเกษตร (แลกเรือน 3 เรือน) (ให้ความสำคัญมาก)
- 7. ดาวพักร์ *
- 8. ดาวมนท์ *
- 9. อุจจาวิลาส
- 10. อุจจาภิมุข
* 7, 8 ได้ถูกกำหนดเป็น Option ตัวเลือกให้ผู้ใช้เลือกใช้ได้ จะกำหนดให้เป็นการลดคุณภาพก็ได้
พิจารณาลดคุณภาพดาวโดยกรณีดังต่อไปนี้- 1. ประ
- 2. นิจ
- 3. เสริด *
- 4. ดาวดับ
- 5. ดาวเข้าใกล้การเป็นดาวดับ (จะลดทอนไปตามองศาที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์)
หัวข้อที่ 3: อิทธิพลดวงดาว ในโหราศาสตร์
คุณภาพดาวยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ โดยกรณีดังต่อไปนี้
- 1. ดาวกุม เป็นดาวคู่ธาตุ จะค่อนข้างเพิ่มคุณภาพได้มาก
- 2. ดาวเล็ง ดาวฉาก ดาวตรีโกณ จะเพิ่มคุณภาพดาวตามความสำคัญของตำแหน่งที่สัมพันธ์*
- 3. ดาวคู่สมพล ถูกนำมาพิจารณาในแบบ ตามข้อ 1 และ 2
- 4. ดาวคู่ศัตรู จะทำลายกันเองส่งผลให้คุณภาพดาวลดลง (ในโปรแกรมพลโชติไม่ได้นำส่วนนี้มาพิจารณาการให้โทษ แต่ไปลดคุณภาพดาวแทน ซึ่งเสมือนเป็นลดคุณเพิ่มโทษไปในตัวแบบไม่ซ้ำซ้อน) เช่นเดียวกันกับดาวคู่มิตร ซึ่งจะเป็นการเสริมคุณภาพดาวระหว่างกัน และในโปรแกรมไม่ได้เพิ่มคุณให้ แต่ไปเพิ่มคุณภาพดาวแทน
- 5. ดาวเจ้าเรือนทุสถานะ จะถูกนำมาพิจารณาเช่นเดียวกับ ข้อ 1 และ 2 โดยพิจารณาในทางให้โทษแทน คือ หากดาวเจ้าเรือนทุสถานะกุมหรือเล็งดาว/ทำมุมฉาก ตรีโกณ กับดาวใด ดาวดวงนั้นก็จะถูกทอนคุณภาพไปตามเจ้าเรือนทุสถานะ (เจ้าเรือนอริจะทอนคุณภาพมากกว่าเจ้าเรือนมรณะและวินาส)
- 6. ดาวเจ้าเรือนมงคล จะถูกพิจารณาเหมือนข้อ 5 แต่พิจารณาไปในทางให้คุณแทน
- 7. ดาวศูนย์พาหะ ในโปรแกรมพลโชติให้ความสำคัญน้อยมากในการประเมินคุณภาพดาวและการให้คุณหรือโทษ
- 8. ดาวพินทุบาทว์ ในโปรแกรมพิจารณาให้โทษ แต่กำหนดไว้ไม่มาก และไม่มีผลต่อค่าของคุณภาพดาว
- 9. ดาวบาปเคราะห์ และ ดาวศุภเคราะห์ ในเรื่องการส่งอิทธิพลถึงกัน ในโปรแกรมพิจารณาในเรื่องการให้โทษและให้คุณ ตามสภาพดาว (พิจารณาแบบข้อ 1 และ 2 ขึ้นอยู่กับว่า กุม ฉาก เล็ง ตรีโกณ จะส่งอิทธิพลที่ต่างกันออกไป) ดาวบาปเคราะห์ คือ ดาว 1 3 7 0 ดาวศุภเคราะห์คือ 2 4 5 6 ส่วนดาว 8 ราหู จะวิเคราะห์ตามแต่ละดวงว่าเป็นราหูให้โทษหรือให้คุณ ส่วนดาว 9 จะอยู่ระหว่างกลาง ในพลูโต, เนปจูน แบคคัส ในโปรแกรมพลโชติไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นดาวบาปเคราะห์หรือศุภเคราะห์
- 10. ระบบดาวทักษาไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วย
* ระดับความสัมพันธ์ กุม เล็ง ฉาก เกณฑ์พิเศษ จะมีอิทธิพลมากกว่าแบบ ตรีโกณ และโยค
หัวข้อที่ 4: การวิเคราะห์หาดาวพักร์ มนท์ เสริด
ในโปรแกรมพลโชติ จะใช้ตำแหน่งดาวแบบสากลในการตรวจหาว่าดาวเคลื่อนที่แบบใด (พักร์ มนท์ เสริด) ถึงแม้ผู้ใช้จะเลือกปฏิทินดาวแบบไทยก็ตาม สาเหตุที่ต้องใช้ปฏิทินดาวแบบสากลมาทำการวิเคราะห์การเคลื่อนที่แบบใด (พักร์ มนท์ เสริด) จะอธิบายจากตัวอย่างด้านล่าง
ตัวอย่าง:
เจ้าชะตากำเนิด 24 พฤษภาคม 2504 เวลา 21:06 จ.กรุงเทพฯ พิจารณาที่ดาว 5 (พฤหัส)
ปฏิทินดาวแบบไทย:
วันที่ 23 พฤษภาคม 2504 ดาวพฤหัส อยู่ที่ 16 องศา 23 ลิปดา
วันที่ 24 พฤษภาคม 2504 ดาวพฤหัส อยู่ที่ 16 องศา 21 ลิปดา
ดังนั้น ดาวพฤหัส 5 เดินถอยหลังตามแบบปฏิทินไทย หรือ เรียกว่าดาวพักร์
ปฏิทินดาวแบบสากล ตัดอายนางศ์ลาหิรี (หรือ ปฏิทินดาวแบบ อ.เทพ):
วันที่ 23 พฤษภาคม 2504 ดาวพฤหัส อยู่ที่ 13 องศา 49 ลิปดา
วันที่ 24 พฤษภาคม 2504 ดาวพฤหัส อยู่ที่ 13 องศา 50 ลิปดา
ดังนั้น ในวันที่เจ้าชะตากำเนิด ดาวพฤหัสยังคงเดินต่อไปข้างหน้าแต่ช้าลงกว่าปกติ เรียกว่าดาวมนท์ (ดาวพฤหัสเดินถอยหลังจริงวันที่ 26 พฤษภาคม)
สรุป: ในวันที่ 24 พฤษภาคม ดาวพฤหัสยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามปรากฏการณ์บนท้องฟ้า หากจะบอกว่า ดาวพฤหัสเดินถอยหลังในวันที่ 24 พฤษภาคม ก็คงไม่ได้ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น ดังนั้นในโปรแกรมพลโชติจึงจำเป็นต้องใช้ปฏิทินดาวแบบสากลมาวิเคราะห์หาวิถีการโคจรของดาวต่างๆ ว่าเคลื่อนที่แบบใด (พักร์ มนท์ เสริด)
อีกสาเหตุที่สำคัญที่ไม่ใช้ปฏิทินดาวแบบไทย คือการวิเคราะห์ดาวเคลื่อนที่แบบเสริด กับ มนท์จะมีปัญหา เมื่อใช้ปฏิทินดาวแบบไทย โดยบางทีดาวเคลื่อนแบบเสริดอยู่ และเวลาต่อมาเคลื่อนที่แบบมนท์เลย ซึ่งในธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ เหมือนกันกับกรณีที่เคลื่อนที่แบบมนท์อยู่แล้วเปลี่ยนมาเป็นแบบเสริด ประการหลังนี้ก็ผิดธรรมชาติที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
หัวข้อที่ 5: การนับอายุและชันษาจร
การนับอายุในโปรแกรมจะกำหนดให้ 365.2425 วันเป็น 1 ปี
แต่ในส่วนของชันษาจร ปีจร เดือนจร (สาย อ.อรุณ ลำเพ็ญ) ที่แสดงอยู่ในจักรชะตากำเนิด ใช้แบบวรรษา โดย ทุกระยะ 30 องศาของดวงอาทิตย์ในวันจรเทียบกับองศากำเนิดอาทิตย์เดิม จะนับเป็น 1 เดือน และ ทุก 360 องศานับเป็น 1 ปี
(*ชันษาจรมีเฉพาะในรุ่น A และรุ่น D)
หัวข้อที่ 6: จักรทีปนีย์
คำทำนายในส่วนของ จักรทีปนีย์ ในโปรแกรมพลโชติใช้ ดาว 1 ถึงดาว 8 เท่านั้น แม้มีตำราในเรื่องจักรทีปนีย์กล่าวถึง ดาว 9 ดาว 0 และรวมไปถึงเนปจูน พลูโต แต่ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะนำมาพัฒนาได้ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าเป็นตำราที่แต่งขึ้นมาใหม่ การสังเกตการบันทึกยังไม่เพียงพอที่จะทำสถิติการพยากรณ์ได้
โอกาสที่เกิดเหตุการณ์ตามหลักจักรทีปนีย์ ในโปรแกรมพลโชติพิจารณาคุณภาพดาวที่อยู่ในพื้นชะตา หากคุณภาพดาวในพื้นชะตามีน้อย ครั้นที่ดาวจรมากระทบดาวดวงนั้น โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นย่อมมีน้อยด้วย
ตัวอย่างคำพยากรณ์ในโปรแกรมพลโชติ:
พฤหัส จรมาส่งอิทธิพลถึง ลัคนา (ดาวเล็ง)
ช่วงเวลา ตั้งแต่ 29 พฤษภาคม 2554 ถึงวันที่ 13 พ.ค. 2555
คำพยากรณ์: ลำบากเสียก่อนถึงจะประสบความสำเร็จ (ถ้าดาวพฤหัสในพื้นชะตาให้โทษมาก จะผิดคำผู้ใหญ่ ไม่ได้รับการส่งเสริม ) (ถ้าดาวพฤหัสในพื้นชะตาให้คุณมาก ก็มักจะเกิดเรื่องดีงาม)
โอกาสและผลที่จะเกิด: ประมาณ 59.00% (ค่อนข้างปานกลาง)
ดาวจรมาคุ้มโทษ: ไม่มี
หัวข้อที่ 7: ปฏิทินและการวางลัคนา
ปฏิทินโหราศาสตร์ ที่ใช้ในการผูกดวง มีดังต่อไปนี้
- 1. การผูกดวงตามแบบปฏิทิน อ. ทองเจือ เป็นการผูกดวงสมผุสสุริยาสตร์ หรือที่เรียกว่า ปฏิทินดาวแบบไทย
- 2. การผูกดวงแบบลาหิรี หรือ แบบ อ. เทพ (เป็นการใช้ตำแหน่งดาวแบบสากล และ ตัด อายนางศ์แบบ ลาหิรี)
- 3. ปฏิทินดาวแบบท้องฟ้าจริงๆ จะเป็นไปตามดาราศาสตร์ ในแต่ละราศีไม่ได้แบ่ง 30 องศา อายนางศ์จะถูกคำนวณใหม่ตามวันที่และเวลาปัจจุบัน ตำแหน่งดาวที่ได้ในโปรแกรมจะตรงตามท้องฟ้าจริง ผู้ใช้สามารถเทียบได้จาก http://www.fourmilab.ch/cgi-bin/Yoursky โดยดูในตำแหน่งภาพดาวและราศี
- 4. การตัดเวลาท้องถิ่น / เวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น สามารถเลือกปรับได้ตามที่ได้เรียนมา/ตามต้องการ
- 5. การวางลัคนา มีแบบอันโตนาที, มหานาที 5 ชั้น, มหานาที 5 ชั้นปรับสูตรใหม่ และนักษัตร
หัวข้อที่ 8: ดาวดับ
ดาวดับ ในโหราศาสตร์ คือดาวที่ถูกพระอาทิตย์บดบัง หรือ มีองศาใกล้เคียงกัน ดาวดับพิจารณาได้ใน 2 กรณี
- กรณี 1. ดาวที่มีองศาเดียวกันกับดวงอาทิตย์ ไม่ว่าจะอยู่ด้านหน้าดวงอาทิตย์ หรือ หลังพระอาทิตย์ (อ้อมไปข้างหลังดวงอาทิตย์) จะถูกพิจารณาให้เป็นดาวดับ
- กรณี 2. ดาวที่อยู่ด้านหลังพระอาทิตย์เท่านั้น และมีองศาเสมอดวงอาทิตย์ (ดาวอับแสงจากดวงอาทิตย์) ในกรณีดาวพุธ และ ดาวศุกร์นั้น ถึงแม้จะมีองศาเดียวกันกับดวงอาทิตย์หากปรากฏอยู่ในวงในหรืออยู่หน้าดวงอาทิตย์ อยู่กลางระหว่างโลก กับ ดวงอาทิตย์ ก็ยังถือว่ายังมีอิทธิพลต่อโลกอยู่ จึงไม่ถือว่าเป็นดาวดับ
ในโปรแกรมพลโชติ มีให้เลือกใช้ได้ทั้ง 2 กรณี โดยปกติกำหนดค่าไว้ที่ กรณี 1. เพื่อนำไปใช้ในการคำนวณคุณภาพดาว โดยพิจารณาตั้งแต่ 30 ลิปดาเป็นต้นไป แล้วลดทอนคุณมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีองศาและลิปดาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นตามอัตราส่วน
* หมายเหตุ การตั้งค่าแบบฉบับโปรแกรมพลโชติ จะถูก set เป็นในกรณีที่ 2
ตัวอย่าง: ดาวอาทิตย์ ที่ ราศีเมษ 23 องศา 15 ลิปดา / ดาวพฤหัส ที่ ราศีเมษ 23 องศา 0 ลิปดา ในโปรแกรมจะพิจารณาให้ดาวพฤหัสเป็นดาวดับ และเหลือคุณภาพไม่เกิน 15.00
อีก 1 ตัวอย่าง: อาทิตย์ ที่ ราศีเมถุน 15 องศา 13 ลิปดา / ดาวพุธ ที่ ราศีเมถุน 15 องศา 14 ลิปดา เคลื่อนที่แบบพักร์ (การเคลื่อนที่แบบพักร์คือตำแหน่งที่ใกล้โลกที่สุด ถ้าเป็นดาวพุธจะได้ว่า อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ถ้าเลือกการตั้งค่าแบบ กรณี 1 โปรแกรมจะพิจารณาให้เป็นดาวดับ หากตั้งค่าเป็นกรณีที่ 2 จะไม่พิจารณาให้เป็นดาวดับ)
หัวข้อที่ 9: ตรรกะการให้คุณและให้โทษ
การพิจารณาดาวว่าให้คุณหรือให้โทษในตัวโปรแกรม:
- - พิจารณาดาวบาปเคราะห์จะเน้นการให้โทษมากกว่าคุณ (ได้แก่ ดาว 0 1 3 7)
- - ดาวศุภเคราะห์จะเน้นในเรื่องการให้คุณ (ได้แก่ดาว 2 4 5 6)
- - ดาวราหูและเกตุ จะให้คุณหรือโทษไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สถิต
- - ดาวเจ้าเรือนทุสถานะ จะให้โทษ (ได้แก่เจ้าเรือนเรือน อริ มรณะ วินาส) โดยเจ้าเรือนอริให้โทษมากกว่าเจ้าเรือนมรณะ เจ้าเรือนมรณะให้โทษมากกว่าวินาส
- - ดาวเจ้าเรือนมงคล จะให้คุณ (ได้แก่เรือน 1 2 3 4 5 7 9 10 11)
- - ดาวพักร์ บางตำรา กำหนดให้เพิ่มโทษ* (* ในโปรแกรมพลโชติ สามารถเลือกใช้ Option นี้ หรือไม่ใช้ก็ได้)
- - ดาวตรียางค์ลูกพิษ (ในโปรแกรมพลโชติให้ความสำคัญน้อยกว่านวางค์ลูกพิษในการให้โทษ)
- - ดาววรโคตม จะให้คุณ
ในระบบทักษาไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาประกอบในการให้คุณหรือให้โทษในส่วนของจักราศีแบบสมผุส เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าเป็นศาสตร์เดียวกัน เป็นเพียงแต่การนำระบบทักษา และ จักรราศี มาร่วมในการพยากรณ์เท่านั้น (ใช้ 2 ศาสตร์มาพยากรณ์ร่วมกัน)
การให้คุณและโทษยังต้องพิจารณาว่า คุณภาพดาวดวงนั้นมีคุณภาพมากน้อยอย่างไร เช่น ดาวให้คุณมาก แต่ปรากฏว่า เป็นดาวดับ หรือ มีคุณภาพดาวต่ำๆ คุณที่ได้จากดาวก็ย่อมไม่ปรากฏ หรือ ปรากฏอย่างเบาบาง
หัวข้อที่ 10: การวิเคราะห์ระดับวาสนา
การวิเคราะห์ระดับวาสนาในดวงชะตา ระดับวาสนาในโปรแกรมพลโชติ หมายถึง ดวงดีหรือไม่ดี, ทิศทางของชีวิต ซึ่งค่าระดับวาสนาที่สูง หมายถึงดวงที่ดี มีทิศทางชีวิตที่ดี ระดับปกติโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 58 คือค่าดวงบุคคลปกติธรรมดา ในโปรแกรมจะแยกเป็น 3 กลุ่ม:
- - ต่ำกว่ามาตรฐาน จะแสดงด้วยอักษรสีแดง หมายถึง วาสนาน้อย
- - ตำแหน่งมาตรฐาน จะแสดงด้วยอักษรสีน้ำเงิน หมายถึง ดวงปกติธรรมดา
- - ตำแหน่งสูงกว่ามาตรฐาน จะแสดงด้วยอักษรสีเขียว หมายถึง ระดับวาสนาที่ดี มีจุดเด่นที่ดี
- - ดาวมีคุณภาพดีส่งอิทธิพลถึงลัคนา (ทั้งดาวบาปเคราะห์หรือศุภเคราะห์ก็ได้)
- - ดาวศุภเคราะห์เป็นดาวชูโรงและมีคุณภาพดี (ดาวชูโรงคือดาวที่ส่งอิทธิพลเด่นในดวงชะตา ดาวชูโรงจะหาได้จาก ดาวกุม ไม่มีดาวกุมให้ใช้ดาวเล็ง/ฉาก … ให้เรียงลำดับไปตามระดับอิทธิพลความสัมพันธ์ของดาว)
- - ดาวไม่ตกอยู่ในเรือนทุสถานะโดยเฉพาะอริ ส่วนมรณะและวินาสนั้นจะถูกลดทอนระดับวาสนาเพียงเล็กน้อย ถ้าดาวส่วนใหญ่ตกในเรือนอริหรือมรณะวาสนามักลดทอนไปมาก
- - ดาวในพื้นชะตาส่วนใหญ่มีคุณภาพดีเกินระดับ 58 (แทบจะเป็นดาวทุกดวง)
- - ดาวเจ้าเรือนทุสถานะไม่มีความสัมพันธ์กับลัคนา เช่น ดาวเจ้าเรือนอริไม่ได้กุมลัคน์ เป็นต้น
- - ดาวเจ้าเรือนมงคลส่งอิทธิพลถึงลัคนา ถ้ามากดวงก็ยิ่งเสริมดวงชะตา
- - คุณภาพเรือนพันธุ ศุภะ ลาภะ ในโปรแกรมจะให้ความสำคัญต่อระดับวาสนามากกว่าเรือนใดๆ
* หมายเหตุ ดวงสูตรสำเร็จต่างๆ เช่น ดวงปทุมเกณฑ์เป็นต้น จะไม่ถูกนำมาพิจารณาระดับวาสนา แต่ตำแหน่งดังกล่าวจะถูกวิเคราะห์ในเรื่องคุณภาพดาว และความเป็นเจ้าเรือนดี/ร้าย ดังนั้นถึงแม้จะพบว่าเป็นดวงปทุมเกณฑ์ แต่ระดับวาสนาไม่จำเป็นต้องสูงด้วยก็ได้ อีกทั้งโปรแกรมยังใช้ดาวดวงอื่นอีกนอกเหนือตำแหน่งปทุมเกณฑ์มาร่วมวิเคราะห์ด้วย
* ระบบทักษา / ตำแหน่งดาวตรียางค์/นวางค์ ไม่ได้ถูกนำมาใช้คำนวณระดับวาสนา แต่ตรียางค์พิษ นวางค์พิษ ฯ วรโคตม นวางค์ขาด หรือ คาบ 2 ราศี ถูกนำไปพิจารณาในส่วนของการให้คุณและโทษของดาวเท่านั้น
หัวข้อที่ 11: วิกฤติและโอกาสในดวงชะตา
วิกฤติคือช่วงที่ดวงตก ส่วนโอกาสคือช่วงที่ดวงขึ้น
หลักการพิจารณา: จะใช้หลักเหมือนการวิเคราะห์ระดับวาสนา แต่ใช้ดาวจรเป็นตัววิเคราะห์ เช่น ดาวเจ้าเรือนมงคลในพื้นชะตาจรไปสถิตเรือนทุสถานะย่อมส่งผลเสียต่อดวงชะตา ในจุดนี้จึงเพิ่มค่าในส่วนที่เป็นวิกฤติ
โดยคำนวณให้เพิ่มวิกฤติเมื่อจรมาเป็นโทษต่อลัคนา และคำนวณเพิ่มโอกาสเมื่อดาวจรโคจรมาให้คุณต่อลัคนา การวิเคราะห์ให้โทษหรือให้คุณต่อลัคนาก็จะใช้หลักโหราศาสตร์เข้ามาช่วย โดยค่าระดับที่จะเพิ่มวิกฤติ/โอกาสนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับชนิดของความสัมพันธ์ เช่น ดาวเจ้าเรือนตนุในดวงพื้นชะตาสถิตในเรือนอริจะเพิ่มค่าวิกฤติค่อนข้างมาก และจะวิเคราะห์ให้ครบทุกดวงตามหลักโหราศาสตร์ จะได้ค่าวิกฤติทั้งหมด ในช่วงวัน/เวลาที่ดาวจร
ระดับวาสนาในพื้นชะตาจะถูกนำมาพิจารณาเป็นฐานด้วยเสมอ ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า ผู้ที่มีระดับวาสนาพื้นชะตาสูงเมื่อดาวโคจรที่เสีย แต่ดวงก็มักไม่ตกไปเท่าไหร่
ตัวอย่างที่วิเคราะห์เป็นวิกฤติ:
- - ดาวเจ้าเรือนอริจรมากุมลัคน์
- - ดาวตนุลัคน์จรไปสถิตเรือนอริ
- - ดาวบาปเคราะห์จรทับลัคนา
*แต่ละตัวอย่างให้ค่าวิกฤติไม่เท่ากัน
ตัวอย่างที่วิเคราะห์เป็นโอกาส:
- - ดาวเจ้าเรือนตนุสถิตเรือนศุภะ
- - ดาวพฤหัสจรทับลัคนา
- - ดาวเจ้าเรือนมงคลจรมาสถิตที่เรือนตนุ
*แต่ละตัวอย่างให้ค่าโอกาสไม่เท่ากัน
หลักโหราศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ในโปรแกรมค่อนข้างมากและซับซ้อน เช่น ดาวพฤหัสฯ จรมาทับลัคนา ในโปรแกรมจะวิเคราะห์ทั้งในฐานะที่เป็นดาวศุภเคราะห์ และในฐานะที่เป็นเจ้าเรือนใดๆ ดังนั้น จึงได้ค่าที่เป็นได้ทั้งโอกาสและวิกฤติในความสัมพันธ์กับดาวชุดเดียวกัน
ลัคนาที่ใช้ในการพิจารณาจะเป็นลัคนาเดิมในพื้นชะตา ส่วนลัคนาจรในรูปแบบต่างๆ เช่น ลัคน์จรแบบอายุ, ชันษาจร หรือ กาลจักร ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณา
* หมายเหตุ ช่วงที่เรียกว่าวิกฤติ ไม่สามารถเฉพาะเจาะจงได้ว่าเป็นเรื่องใด แต่ให้ทำความเข้าใจว่า เป็นช่วงเวลาที่ไม่สู้ดีนัก เช่น การลงทุนทำอะไรในช่วงนี้อาจล้มเหลว, การเกิดอุบัติเหตุ, มีเรื่องทุกข์ทรมานจิตใจหรือร่างกาย, ความเจ็บป่วย, การสูญเสียสิ่ง/คนอันเป็นที่รัก, ความไม่สมหวัง เป็นต้น และเช่นเดียวกันกับช่วงที่เรียกว่าโอกาส ก็ไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงได้ว่าเป็นเรื่องดีอะไร
หัวข้อที่ 12: โชคลาภและเคราะห์ภัย
หลักพยากรณ์ในโปรแกรมพลโชติฯ ในส่วนของเมนู “โชคลาภและเคราะห์ภัย” ที่พยากรณ์ 2 อ้างอิงมาจากตำรา อ.สิงห์โต สุริยาอารักษ์
เดิมทีในโปรแกรมพลโชติรุ่น A9 จะนำออกไปเนื่องจากสถิติความแม่นยำนั้นยังไม่เป็นประทับใจนัก แต่ยังคงไว้อยู่เนื่องจากผู้ใช้โปรแกรมฯ ยังปรารถนาจะใช้อยู่
เวลาใช้งานส่วนนี้ก็แนะนำให้ดูคำพยากรณ์ในส่วนอื่นประกอบด้วย เช่น วิกฤติและโอกาส, คำถามเฉพาะด้านเรื่องจะมีโชคลาภไหม หรือ จะมีเคราะห์ภัยไหม (ในส่วนของพยากรณ์ 2)
หัวข้อที่ 13: คู่สมพงศ์
เป็นคำพยากรณ์ดวงชะตา 2 ดวง เมื่ออยู่ร่วมกันจะเอื้ออำนวยสนับสนุนซึ่งกันและกันมากน้อยเพียงใด หากระดับความเป็นคู่สมพงศ์มีค่ามาก หมายถึง ดวงชะตาทั้ง 2 เอื้ออำนวยกันและกัน ผู้ที่แต่งงานกันไม่จำเป็นต้องมีระดับความเป็นคู่สมพงศ์สูง และผู้ที่มีระดับคู่สมพงศ์สูงก็ไม่ใช่ว่าจะต้องแต่งงาน (การพิจารณาเรื่องคู่ครองที่แต่งงานกันพิจารณาภพปัตนิ) ชีวิตคู่ครองมักจะสอดคล้องกับระดับคู่สมพงศ์ คู่แต่งงานคู่ใดมีระดับคู่สมพงศ์ที่สูง มักจะอยู่ด้วยกันดี
การวิเคราะห์คู่สมพงศ์ของดวงชะตา หากป้อนข้อมูลวันกำเนิดสลับกัน (เป็นคู่เดิม แต่สลับเอาวันกำเนิดของคนรักตั้งแทน แล้วป้อนวันกำเนิดของเราในส่วนของวันกำเนิดคนรัก) มีโอกาสที่จะให้ค่าสมพงศ์ไม่เท่ากันได้เสมอ เช่น
ดวง 1 เทียบกับ ดวง 2 ค่าคู่สมพงศ์ได้ 1.5 นั่นคือ ดวงคนที่ 2 มีลักษณะดวงที่สอดคล้องกับดวงที่ 1 ที่ระดับ 1.5
และเมื่อสลับกัน โดยใช้ดวง 2 เทียบ กับดวง 1 ได้ค่าคู่สมพงศ์ 4.5 นั่นคือ ดวงคนที่ 1 สอดคล้องกับดวงที่ 2 ที่ระดับ 4.5
เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ดวงที่ 1 จะได้ประโยชน์จากการมีชีวิตคู่มากกว่า ดวงที่ 2 ซึ่งดวงที่ 2 อาจจะอยู่อย่างไม่มีความสุข คือ โดนเบียนจากดวงที่ 1
ค่าคู่สมพงศ์ที่วิเคราะห์ออกมา ไม่สามารถบอกถึงใครรักใครมากกว่ากัน
การวิเคราะห์ความเป็นคู่สมพงศ์:ในโปรแกรมจะวิเคราะห์อย่างคร่าวๆ 15 หลักใหญ่ โดยพิจารณาดาวทุกดวง เว้น เนปจูน พลูโต แบคคัส ของดวงทั้ง 2 คน เช่น ดาวเจ้าเรือนที่เป็นมงคลของดวงชะตาดวงแรก ไม่ไปตกในเรือนทุสถานะในดวงชะตาของอีกคน, พิจารณาความสัมพันธ์คู่ธาตุ คู่ศัตรู เช่น ดาวตนุเศษของทั้ง 2 เป็นคู่มิตร หรือ คู่ศัตรู, ดาวเด่นในดวงชะตาไม่ไปสถิตจุดอับหรือเรือนเสียของดวงชะตาอีกคนเป็นต้น, เจ้าเรือนลัคนาของแต่ละคนไปสถิตในเรือนมงคลของกันและกัน เป็นต้น
ข้อมูลเพิ่มเติมหลักโดยคร่าวๆ ที่ใช้พิจารณาคู่สมพงศ์:- 1. ตนุเศษไม่ตกในเรือนทุสถานะกันและกัน
- 2. ตนุเศษไม่เป็นคู่ศัตรู
- 3. ตนุเศษไม่เป็นเจ้าเรือนอริกันและกัน
- 4. ดาวที่มีอิทธิพลเด่นในดวงชะตาของแต่ละคนไม่เป็นเจ้าเรือนอริและไม่ตกในเรือนที่เสียของอีกฝ่าย
- 5. เมื่อสลับลัคนากัน คือ เอาลัคนาฝ่าย 1 ไปอยู่ในพื้นดวงฝ่าย 2 แล้วปรากฏว่าดาวต่างๆ ในพื้นดวงฝ่าย 2 เอื้ออำนวยให้ลัคนาฝ่าย 1 ได้เป็นอย่างดี
การพิจารณาจะพิจารณาทั้ง 2 ดวง โดยต้องผ่านเกณฑ์ทั้งคู่ถึงจะวิเคราะห์ให้ผ่านได้ ในโปรแกรมใช้หลัก 15 หลักเกณฑ์ในการพิจารณา
* หมายเหตุ ในส่วนนี้สามารถใช้พิจารณาถึงความเป็นมิตรระหว่างคน 2 คนได้ ว่าเกื้อกูลกัน ได้มากเพียงใด หรือเป็นไปในทางตรงกันข้าม