ดูดวงเบื้องต้น ตอนที่ 10. โยคเกณฑ์ต่างๆ ในพื้นชะตา ภาค 2


เราได้รู้จัก ดาวชูโรง ในดวงชะตาแล้วว่าจะมีบทบาทสำคัญที่ส่งผลให้กับเจ้าชะตาตามลักษณะและคุณภาพของดาวชูโรง
ในตอนนี้จะกล่าวถึง เกณฑ์ดาวต่างๆ ที่ช่วยกันส่งอิทธิพลถึงเจ้าชะตา



ยกตัวอย่าง ปทุมเกณฑ์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่พูดถึงอยู่บ่อยๆ มีนิยามดังนี้

จันทร์สิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์
พฤหัสสี่ทรงศักดิ์ แช่มช้า
ศุกร์สามดั่งนี้จัก เจริญยิ่ง ยศแฮ
หากว่าชาติต่ำต้อย ยกให้เสมอพงษ์



ดาวจันทร์ พฤหัส ศุกร์ เป็นดาวศุภเคราะห์ทั้ง 3 ดวง สถิตในเรือนมงคลทั้ง 3 ดวง ดวงชะตาจะเข้าหลักปทุมเกณฑ์นี้ ไม่ได้มีง่ายๆ
เพราะต้องเข้ากฎทั้ง 3 ข้อ คือ จันทร์ เป็น 11 แก่ลัคน์, พฤหัส เป็น 4 แก่ลัคน์, ศุกร์ เป็น 3 แก่ลัคน์ และ คุณภาพดาวต้องสูงด้วย
(หากต่ำกว่า 35 ก็จะลดทอนในส่วนของดาวดวงนั้นไป) ผู้ที่ได้เกณฑ์นี้เป็นผู้มีวาสนา แม้เกิดมาตกต่ำก็ขึ้นสูงได้อย่างแน่นอน (ตามชื่อที่ตั้งของเกณฑ์)


จันทร์ สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ ความอุดมสมบูรณ์ กิริยาท่าทางเป็นที่พึงพอใจต่อคนใกล้ชิด
พฤหัส สถิต พันธุะ -> ครอบครัวสง่าผ่าเผย เป็นที่เคารพยกย่องจากคนภายนอก ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม
ศุกร์ สถิต สหัชชะะ -> เป็นที่รักในแวดวงสังคม หมู่เพื่อนฝูง

รวมคำพยากรณ์จากทั้ง 3 ข้างต้น ออกมาก็ตรงตามความหมายของปทุมเกณฑ์

ลองมาพิจารณาตัวอย่างอื่นๆ

ตัวอย่าง 1
พิจารณา ปทุมเกณฑ์ ต่อ หากดวงชะตาเข้าหลักปทุมเกณฑ์แต่ดาวทั้ง 3 ดวง มีคุณภาพต่ำ จะให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา

จันทร์ คุณภาพที่ระดับ 5 สถิต ลาภะ -> ความสำเร็จลดทอนไม่แจ่มจรัส/ไม่อำนวยผลอย่างที่ปรารถนา กิริยาท่าทางก็แข็งกร้าวไม่นิ่มนวล (ความหมายของดาวจันทร์เสียด้วย)
พฤหัส คุณภาพที่ระดับ 10 สถิต พันธุ -> ครอบครัว/หลักทรัพย์ สั่นคลอน ไม่สมบูรณ์ไม่เป็นปรึกแผ่น มีความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องตามหลักคุณธรรม (ความหมายของพฤหัสเสีย)
ศุกร์ คุณภาพที่ระดับ 12 สถิต สหัชชะ -> ในแวดวงสังคมก็ไม่เป็นที่ตรึงตาตรึงใจในหมู่คน

รวมคำพยากรณ์จากทั้ง 3 ข้างต้น ออกมาก็ตรงกันข้ามกับความหมายของปทุมเกณฑ์
(ขอสมมติคุณภาพดาวให้ต่ำมากๆ เพื่อให้เห็นชัดว่าเป็นดาวเสีย ซึ่งโดยปกติแล้วคุณภาพดาวที่ระดับ 58 เป็นปกติ หากต่ำกว่า 58 ไม่มาก
ก็ยังจัดว่าพอใช้ได้ ถ้าต่ำกว่า นี้ก็ควรพิจารณาให้เป็นดาวเสีย)

ตัวอย่าง 2
พิจารณา ปทุมเกณฑ์ ต่อ หากดวงชะตาเข้าหลักปทุมเกณฑ์ และมีเพียง 1 ดวง ที่มีคุณภาพต่ำ จะให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา

จันทร์ คุณภาพที่ระดับ 88 สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ
พฤหัส คุณภาพที่ระดับ 5 สถิต พันธุ -> ครอบครัว/หลักทรัพย์ สั่นคลอน ไม่สมบูรณ์ไม่เป็นปรึกแผ่น มีความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องตามหลักคุณธรรม (ความหมายของพฤหัสเสีย)
ศุกร์ คุณภาพที่ระดับ 90 สถิต สหัชชะ -> เป็นที่รักในแวดวงสังคม เป็นคนเด่นคนดังในสังคม

รวมคำพยากรณ์ เจ้าชะตามีกิริยาท่าทางเป็นมิตร มีเสน่ห์หาต่อผู้พบเห็น (ดาวจันทร์และศุกร์ยังอำนวยและทำหน้าที่ตามสถานะของดาว)
แต่ดาวพฤหัสเสียมีความคิดเห็นไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เรือนพันธุมีตำหนิ เพราะดาวพฤหัสเสีย ต้องตามไปดูเจ้าเรือนพันธุอีกทีว่าอยู่ในเรือนมงคล
หรือมีดาวดวงอื่นที่พอจะคล้ำจุนเรือนพันธุได้หรือไม่ ถ้าปรากฎว่ามีให้พยากรณ์ในเรือนพันธุว่าดีพอตามสถานะของดาวเจ้าเรือนพันธุ


ตัวอย่าง 3
หากดัดแปลง ดวงปทุมเกณฑ์ โดยการสลับตำแหน่งดาว


พฤหัสสิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์ (ดาว 5 เป็น 11 แก่ลัคน์)
ศุกร์สี่สุขนัก แช่มช้า (ดาว 6 เป็น 4 แก่ลัคน์)
จันทร์สามดั่งนี้จัก เจริญสุข เด่นนักแล (ดาว 2 เป็น 3 แก่ลัคน์)

พฤหัสฯ สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งคุณธรรม/ความรู้ เป็นนักปราชญ์ที่มีความสำเร็จในการต่างๆ (ภพลาภะ ยังหมายถึง อุดมสมบูรณ์/มากมาย)
ศุกร์ สถิต พันธุ -> ครอบครัวอยู่อย่างสบายๆ มีความสุขอบอุ่นเป็นที่รักของคนในครอบครัว
จันทร์ สถิต สหัชชะ -> จิตใจโอบอ้อมอารี ใส่ใจผู้อื่น เป็นที่รักโดดเด่นมีเสน่ห์ในสังคม

ผู้ที่มีเกณฑ์ชะตาแบบนี้ ก็จัดว่ามีวาสนาที่ดี (สมมติให้ดาวทั้ง 3 ดวงดังกล่าวมีคุณภาพสูง)

ผู้อ่านจะสังเกตุเห็นถึงการอ่านดาวที่สถิตในเรือนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดาวศุภเคราะห์สถิตเรือนมงคล (เรือนมงคลคือ ทุกเรือนยกเว้น อริ มรณะ วินาส)
ซึ่งในดวงชะตาต่างๆ จะมีรูปแบบต่างกันไป หรือกล่าวได้ว่า ในดวงชะตาทุกดวง จะได้เกณฑ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อเกณฑ์เอาไว้
ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้ายให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตาก็พิจารณาเป็นเกณฑ์ๆ ไป

ได้รับแจ้งจากทีมงานว่า ได้รับ Email จากผู้ใช้โปรแกรมว่าไม่มีปทุมเกณฑ์ในมาตรฐานดาว (เกษตร อุจ นิจ .. .) ควรจะใส่เข้าไปในโปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตพลโชติ
จะขออธิบายดังนี้ มาตรฐานดาว กับ ปทุมเกณฑ์ เป็นคนละเรื่องกัน ปทุมเกณฑ์ไม่ได้ทำให้คุณภาพดาวเปลี่ยนแปลง
ปทุมเกณฑ์เป็นชื่อตั้งเอาไว้สำหรับการที่ดาวได้ตำแหน่งตามสูตรที่นิยามเอาไว้ ซึ่งคุณภาพและตำแหน่งดาวต่างหากที่เป็นตัวบอกว่าเป็นเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้าย
หรือเป็นตัวการที่ให้เกิดเกณฑ์ขึ้นมา ปทุมเกณฑ์ก็เช่นเดียวกัน การที่ ดาว 6 เป็น 3 แก่ลัคน์ ดาว 5 เป็น 4 แก่ลัคน์ ดาว 2 เป็น 11 แก่ลัคน์
เมื่อเข้ากฎนิยาม 3 ข้อนี้จึงให้ชื่อว่า ปทุมเกณฑ์


เกณฑ์ต่างๆ ที่มีระบุในตำรามีจำนวนมากเราไม่จำเป็นต้องจำ เพียงแต่ไปศึกษาหัดอ่านตำแหน่งที่ดาวสถิตแล้วให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา
เหมือนกับ เราฝึกอ่านหนังสือ กอ ไก่ ขอ ไข่ พอเราอ่านได้ชำนาญ ใครเอาบทความอะไรมาให้เราอ่าน เราก็สามารถอ่านออกมาได้หมด



ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นตอน (ต้นตอนที่ 10) เป็นการอ่านลักษณะดาวสถิตเรือน มาวิเคราะห์ (เช่น ดาว 2 สถิตเรือนลาภะ) แต่ยังไม่รวมดาวเจ้าเรือนสถิตเรือน
(เช่น ดาวเจ้าเรือนอริสถิตเรือนปัตนิ) ต่อไปนี้จะนำเจ้าเรือนมาวิเคราะห์ด้วย

ตัวอย่าง 4
เราจะใช้ตัวอย่าง ดวงปทุมเกณฑ์ เหมือนเดิม
ภาพประกอบดูดวง1ภาพประกอบดูดวง2

พิจารณารูป 1 -> ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนลาภะ สถิตเรือนลาภะ
พิจารณารูป 2 -> ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนอริ สถิตเรือนลาภะ

2 รูปเป็นดวงปทุมเกณฑ์ที่มีรายละเอียดต่างกันไป ในรูป 2 ที่เรือนลาภะ ความสำเร็จต้องได้มาอย่างลำบาก/หรือได้มาแบบไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนอริ
ส่วนรูป 1 ความสำเร็จได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ติดขัด เนื่องจาก ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนลาภะ
การพิจารณาในรูปแบบเจ้าเรือนสถิตเรือนใดนั้น หมายถึง ความเป็นไปในชีวิต การพิจารณาในรูปแบบลักษณะดาวสถิตเรือนใดนั้น หมายถึง การเอื้ออำนวยของดาว
ดวงปทุมเกณฑ์ 2 ดวงในรูป 1 และ 2 จัดว่ามีการเอื้ออำนวยของดาวเป็นไปในทางที่ดี (ปทุมเกณฑ์) จะมากน้อยอย่างไรก็เป็นไปตามคุณภาพดาวแต่ละดวง
ส่วนความเป็นในชีวิตทั้ง 2 ดวงในรูปนั้นจะแตกต่างกันลงไป ตามสถานะของความเป็นเจ้าเรือน

ตัวอย่างที่ 5
พิจารณา ดวงปทุมเกณฑ์ แต่คราวนี้ ใส่ ดาว 7 ลงที่เรือนปัตนิ (ดาว 7 เล็งลัคนา)

ภาพประกอบดูดวง3

ดวงนี้เข้าหลักปทุมเกณฑ์ และ สมมติให้ดาวทั้ง 3 ดวง คือ ดาว 2,5,6 มีคุณภาพสูงเพื่อให้ครบนิยามของปทุมเกณฑ์ มีดาว 7 สถิตที่เรือนปัตนิ
ดาว 7 เป็นดาวชูโรง ให้ผลบาปเคราะห์สถิตในเรือนปัตนิ ทำให้ทุกข์ใจในเรือนปัตนิ
เจ้าชะตาในจักราศีที่ 3 นี้ยังคงได้ผลอย่างปทุมเกณฑ์ และได้ผลจากดาวบาปเคราะห์คือดาว 7 ในเรือนปัตนิด้วย
ส่วนดาวที่เหลือ คือ 1 3 4 ก็ต้องถูกพิจารณาร่วมด้วยเหมือนกัน ซึ่งจะเป็นเรืองราวอะไรแบบไหน ก็ให้พิจารณาจากดาว/ดาวเจ้าเรือน/เรือนที่สถิต ในตัวอย่างนี้ จะชี้ให้เห็นว่าการที่เป็นดวงปทุมเกณฑ์เพียงอย่างเดียวนั้น ก็ไม่สามารถจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ ต้องดูดาวดวงอื่นพยากรณ์ไปด้วย


ตัวอย่างที่ 6
ที่ตำแหน่งเดียวกันของปทุมเกณฑ์ แต่เปลี่ยนจากดาวศุภเคราะห์ที่มีคุณภาพสูงมาเป็น ดาวบาปเคราะห์ที่มีคุณภาพดาวต่ำมากๆ จะส่งผลอย่างไรกับเจ้าชะตา
ให้ผู้อ่านลองวิเคราะห์เอง ถ้าวิเคราะห์ได้ก็ถือว่าผ่านตอนที่ 10

ภาพประกอบดูดวง4


อธิบายคำว่า "ลักษณะดาวสถิตเรือน" คือเอาดาวอย่างเดียวไม่สนใจว่าเป็นเจ้าเรือนใด เช่น ดาวอาทิตย์สถิตเรือนลาภะ , ดาวจันทร์สถิตเรือนมรณะ เป็นต้น